2.เล่นกีฬาไม่เก่ง
>อืมม ..ก็ถูกอีก
3.ขาดการปฏิสัมพันธ์กับผู้คน
>อืมม ก็ ตรงแหะ
4.ไม่ชอบเข้าสังคม
> ตรงอีก
5.ไม่รู้จักโต
> อืมม..ยืนยันได้โดยเพื่อนๆ เหอๆ
6.เก็บตัว
>ก็ใช่
7.รูปร่างถ้าไม่ผอมแห้งเหมือนขาดสารอาหารก็อ้วนฉุจนผิดสัดส่วน
>อือ ตรงอีก
8.ส่วนใหญ่จะใส่แว่นตากรอบเงินหนาเตอะ
>ก็ไม่กรอบเงินนะ แต่แบบว่าสีมันออกจากน้ำตาลๆแล้วก็หนาๆอ่ะ
9.และเป็นคนประเภทที่ไม่มีใครคบหาด้วย
>หงึกๆ ถูกที่สุด
โอ้วว..ถาม9ข้อ ตรงหมดเลยแหะ เอะ.. เหอๆ เป็นโอตาคุซะแร้วหรอช้าน
แต่ก็ดีนะ อิอิ
(2)
แด่..โนดาเมะ

กำลังจะทำเป็นseriesแล้วรู้ป่ะ
ก็ต้องรอดูกันต่อไป
เป็นการ์ตูนที่เห็นตอนแรกแล้วสองจิตสองใจว่าจะอ่านดีรึเปล่า
ดีกรีเค้าก็เป็นถึง the best comicเชียว
แล้วแถมยังเป็นเรื่องเกี่ยวกับดนตรีคลาสสิคอีก
โดนใจมากมาย
สุดท้ายก็ทนต่อไปไม่ไหว อดใจไม่ไหวซื้อมาจนได้
แบบว่า อย่างฮาอะ
ถ้าเป็นการ์ตูนที่แถมแผ่นCDมาด้วยจาเป็นอารายที่ดีกว่านี้อีก
คือแบบว่า อยากได้พอดี
เรื่องนี้ก็ฮาอ่ะ แบบว่าติด
แถมออกเร็วซะด้วย ขอให้ออกเร็วอย่างงี้ต่อไปเรื่อยๆเถอะ
อ่อ เข้าไปตามลิงค์นี้กันนะ เพลงเพราะๆจากเรื่องนี้รออยู่
http://www.pantip.com/cafe/chalermthai/topic/A4640242/A4640242.html
(3)
ตั้ม....วิศุทธิ์ พรนิมิต
วิศุทธิ์เดินทางไปประเทศญี่ปุ่นด้วยความตั้งใจจะเรียนภาษาพร้อมๆ กับพยายามเผยแพร่งานตัวเองไปด้วย เขาอาจจะเป็นหนึ่งในนักเขียนการ์ตูนไทยไม่กี่คน ที่มีความพยายามอย่างมุ่งมั่นที่จะออกไปสร้างงานในประเทศที่เป็นแหล่งแข่งขันทางการ์ตูน ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของโลกและที่สำคัญกว่านั้นคือวิศุทธิ์ทำสำเร็จ ไม่เพียงชื่อเสียงและผลงานของเขาจะกลายเป็นที่สนใจของชาวญี่ปุ่นได้ในเวลาเพียงไม่ถึงปี และมีผลงานรวมการ์ตูนเรื่อง everybodyeverything พิมพ์ออกมาโดยสำนักพิมพ์ญี่ปุ่นแท้ๆ แต่ทั้งงานการ์ตูนและงานอนิเมชั่นของวิศุทธิ์ ถือเป็นปรากฏการณ์แปลกใหม่แม้แต่ในประเทศอย่างญี่ปุ่นเอง นี่คือสาเหตุที่ความสนใจในงานของวิศุทธิ์ยังดำเนินไปไม่หยุดยั้ง และทำให้ชื่อเสียงของเขาโด่งดังขึ้นเรื่อยๆ (เขาได้รับเลือกจากนิตยสาร Elle ของญี่ปุ่นให้เป็นหนึ่งใน 250 คนที่น่าจับตามองของโลกในขณะนี้!)
วิศุทธิ์ยังไม่หยุดเพียงเท่านี้ เขากำลังตั้งใจเรียนรู้การทำอนิเมชั่นให้ช่ำชองขึ้น--อีกไม่นานเราอาจมีนักสร้างหนังการ์ตูนระดับโลกที่เป็นคนไทยและชื่อวิศุทธิ์ พรนิมิตร
จบมัณฑณศิลป์ ศิลปากรด้วย(บอกเพื่อ?? แอบภูมิใจเล็กๆอะนะ ถึงแม่ว่าจะไม่ได้อยู่ก็ตาม)

เล่มนี้ everybody everything
อ่านแล้ว พูว่าไงดีล่ะ
ความรู้สึกแรก คือ มันเต็มอะ
มันรู้สึกเต็มอิ่มกับอารมณ์ที่คนเขียนสื่อมาให้เรา
มันไม่ใช่ความรู้สึกแรงๆแบบว่า ถูกใจมากๆ
แต่ว่า มันละเอียดอ่อนกว่านั้นอ่ะ
และที่สำคัญ... มันหาซื้อยากมากๆด้วยเช่นกัน
ทั้งๆที่เป็นงานของคนไทยแท้ๆ ทำไมเราไม่รักษาคนที่มีความสามารถแบบนี้ไว้นะ
ทำไมเราไม่พยายามสนับสนุน แล้วให้เค้ารู้สึกว่าเมืองไทยชื่นชมน้า
เหมือนไก่ได้พลอย
อ่อ ..
ผลงานนอกจากนี้ก็มี hesheit แล้วก็ ควันใต้หมวก เขียนลงในa day ด้วย
เราชอบควันใต้หมวกเหมือนกันนะ
เราว่ามันซึ้งอะ แต่คนละอารมณ์กับeverybodyeverything
"ทฤษฎีมีอยู่ว่า..คนที่เหมือนกันจะได้มาเจอกัน"
(4)
สุดท้าย แล้วมั้ง
เรื่องส่วนตัวแล้วกัน
"ทฤษฎีมีอยู่ว่า..คนที่เหมือนกันจะได้มาเจอกัน"
คือ รู้สึกว่า อาจจะได้เจอคนที่เหมือนกันแล้วล่ะ
เป็นเพื่อนของเพื่อนอีกที
เราว่าเค้ามีความคิดที่คล้ายๆเรานะ
หลายเรื่องที่พูดออกมา ทำให้เราอึ้งว่า..
ทำไมถึงคิดเหมือนเราได้ขนาดนี้
ดีใจนะ และจะดีใจมากกว่านี้ ถ้าคนนี้ใช่เพื่อนแบบที่เราตามหา
เล่าให้ปุ้ยฟัง ปุ้ยบอกให้ลองเอาโฮลิคไปให้อ่านดิ
เราก็ทำตามนะ ให้ทีละเล่ม
ให้ไปเล่มนึงแล้ว อยากรู้จังว่าหลังจากอ่านแล้วจะเป็นยังไง
ถ้าเป็นแบบปุ้ยล่ะก็..
คนคนนี้คงคบได้อีกยาวเลย
จะยอมเป็นคนเข้าไปคุยด้วยเลย
ปกติเราไม่ค่อยคุยหรือทักใครก่อนหน่ะ
ผลลัพธ์จะออกมาเป็นยังไงน้า
พรุ่งนี้มีคำเฉลยรออยู่
ตื่นเต้นแหะ